อาสามัครชาวต่างชาติทุกท่านที่ทำงานภายใต้มูลนิธิถือเป็น "พนักงาน" แต่ไม่ได้อยู่ในฐานะที่เป็นพนักงานรับค่าจ้าง
อาสาสมัครชาวไทยที่ต้องการทำงานภายใต้โครงการในสังกัดของมูลนิธิ จะต้องติดต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคลเพื่อกรอกใบสมัครตลอดจนทำความเข้าใจนโยบายคุ้มครองเด็กและนโยบายสื่อ จากนั้นให้ลงนามในสัญญาจ้างรวมถึงข้อตกลงเรื่องจรรยาบรรณให้เรียบร้อยเสียก่อนซึ่งเอกสารเหล่านี้จะถูกเก็บรักษาไว้ที่โครงการ
สำหรับผู้เข้าชมโครงการระยะสั้นเป็นระยะเวลาน้อยกว่า 14 วันไม่ถือว่าเป็นอาสาสมัคร ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกรอกใบสมัครหรือขอใบอนุญาตทำงาน แต่ต้องทำความเข้าใจและยอมรับนโยบายคุ้มครองเด็กและนโยบายสื่อ จากนั้นให้ลงนามในข้อตกลงจรรยาบรรณซึ่งเอกสารเหล่านี้จะถูกเก็บรักษาไว้ที่โครงการ
มูลนิธิเปิดกว้างต่อการรับอาสาสมัครชาวต่างชาติ แต่ขอสงวนสิทธิ์ในการขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ที่สมัครเข้ามา และ/หรือปฏิเสธผู้สมัครดังกล่าวโดยพิจารณาจากประวัติของผู้สมัครแต่ละท่าน
หลังจากที่มูลนิธิอนุมัติการสมัครแล้วจะดำเนินการออกวีซ่าให้ เมื่ออาสาสมัครเข้ามาถึงประเทศไทยหรือเปลี่ยนจากการทำงานภายใต้มูลนิธิเดิมในไทยมาอยู่ภายใต้มูลนิธิสานสัมพันธ์ครอบครัวจะต้องเข้ารับการปฐมนิเทศก่อนที่จะเริ่มทำงานกับเรา หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครเป็นอาสาสมัครหรือการสมัครงาน สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของเรา หรืออีเมลมาตามที่อยู่นี้ hr@fcfthailand.org.
ทำความเข้าใจนโยบายทั้งหมดของมูลนิธิและยืนยันที่จะทำตามความมุ่งมั่นของมูลนิธิในการปฏิบัติตามกฎหมายไทย จากนั้นให้ลงนามในข้อตกลงด้านจรรยาบรรณ
ยอมรับค่านิยมและความเชื่อของมูลนิธิ
ยอมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของโครงการ และหัวหน้าผู้ดูแลฝ่ายต่างๆของมูลนิธิ
มีคุณสมบัตตรงตามประสบการณ์วิชาชีพขั้นต่ำ รวมถึงคุณสมบัติที่ตรงกับบทบาทหรือตำแหน่งที่สมัคร
ปฎิบัติงานในฐานะอาสาสมัครที่ห้ามไม่ให้รับเงินค่าจ้าง ตามประมวลกฎหมายไทย
ปฎิบัติงานในฐานะอาสาสมัครไม่ต่ำกว่า 16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตามประมวลกฎหมายไทย
อาสาสมัครจะต้องรับผิดชอบในการระดมทุนให้ได้เต็มจำนวนก่อนที่จะมาถึงสนามการทำงานจริง ซึ่งมูลนิธิมีข้อมูลแหล่งระดมทุนให้โดยท่านสามารถติดต่อไปที่ finance@fcfthailand.org.
ค่ารักษาพยาบาลเมื่อได้รับบาดเจ็บหรือล้มป่วย
ค่าครองชีพ เช่น ค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย และสาธารณูปโภคต่างๆ
ค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศของตนหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
เงินสมทบโครงการเพื่อแบ่งปันค่าใช้จ่าย
ค่าธรรมเนียมและค่าปรับ
ค่าเรียนที่ต้องจ่ายให้กับโรงเรียนสอนภาษา ให้ถึงระดับภาษาที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ในโครงการ
ค่าประกันสุขภาพและค่าขนย้ายผู้ป่วยถือเป็นข้อบังคับ และต้องส่งสำเนาหลักฐานให้ฝ่ายบุคคลก่อนเดินทางมาประเทศไทย
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่จำเป็นสำหรับการอยู่อาศัยและทำงานในประเทศไทย
เมื่อต้องเดินทางไปต่างประเทศ อาสาสมัครจะต้องแจ้งวันไปและกลับต่อ hr@fcfthailand.org เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่าเมื่อเดินทางกลับเข้าไทยแล้ววีซ่าและใบอนุญาตทำงานของอาสาสมัครจะยังสามารถใช้ได้ตามปกติ
มูลนิธิเข้าใจดีว่าอาสาสมัครแต่ละท่านมีงานรับใช้ตามต้นสังกัดไม่ว่าจะเป็นงานมอบหมายหรือพันธกิจภายใต้คริสตจักรหรือหน่วยงานในประเทศของตน ขอให้อาสาสมัครช่วยแจ้งต่อฝ่ายบุคคลและโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าการขาดงานเป็นเวลานานจะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการและทีมงาน
มูลนิธิไม่มีนโยบายกำหนดในเรื่องนี้ต่ออาสาสมัครที่ไม่ได้รับค่าจ้าง ฉะนั้นในการวางแผนวันลาต่างๆสามารถทำได้โดยปรึกษากับทีมงานของตน หากท่านมีความประสงค์จะขอลาพักร้อนมากกว่าหนึ่งเดือนและไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ โปรดแจ้งต่อ hr@fcfthailand.org พร้อมแนบเอกสารชี้แจง เพื่อใช้ในกรณีที่มีหน่วยงานรัฐเกิดคำถามเกี่ยวกับการขาดงานของท่าน
หากท่านมีคำถามในเรื่องการเงินส่วนบุคคล เช่น วิธีการเปิดบัญชีธนาคาร, การส่งเงินไปต่างประเทศ, ค่าเช่าบ้าน, การซื้อรถหรือเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ finance@fcfthailand.org และในกรณีที่ทางมูลนิธิไม่สามารถช่วยท่านได้ก็จะประสานกับบุคคลที่สามารถให้คำแนะนำในเรื่องนี้ มูลนิธิไม่ได้มีหน้าที่ให้คำแนะนำด้านการลงทุน, การเงิน, การบัญชี, ด้านกฎหมาย, ภาษีหรือในเรื่องที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะด้าน ฉะนั้นจึงขอแนะนำให้ท่านเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านด้วยตนเอง
หากอาสาสมัครต้องการเปลี่ยนงานจากโครงเดิมไปยังโครงการอื่นภายใต้มูลนิธิต้องแจ้งให้ฝ่ายบุคคลรับทราบและปรับเปลี่ยนรายละเอียดการทำงานตามที่ระบุในใบอนุญาตทำงาน
เมื่ออาสาสมัครออกจากมูลนิธิ ฝ่ายบุคคลจะดำเนินการสัมภาษณ์ก่อนออกจากงาน
ต้องนำใบอนุญาตทำงานฉบับจริงคืนให้กับฝ่ายบุคคล ซึ่งจะนำส่งคืนให้กับกระทรวงแรงงานต่อไป
วีซ่าของอาสาสมัครจะถูกยกเลิก โดยให้ประสานงานกับฝ่ายบุคคลเพื่อขอความช่วยเหลือในการเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายได้อย่างราบรื่น
เมื่อออกจากมูลนิธิแล้ว บัญชี Google Workspace ของพนักงานจะถูกรีเซ็ตรหัสผ่านและจัดเก็บข้อมูลทันที โดยพนักงานจะต้องตรวจสอบว่ามีสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องการเช่น อีเมล, เอกสารสำคัญและข้อมูลผู้ติดต่อเป็นที่เรียบร้อยแล้วก่อนที่จะออกจากงานไป และห้ามนำสำเนาข้อมูลของมูลนิธิ, เจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครออกไปด้วย
ต้องส่งคืนทรัพย์สินของมูลนิธิให้กับโครงการหรือสำนักงานใหญ่
เจ้าหน้าที่ควรสวมใส่เสื้อโปโลของมูลนิธิในสถานที่ราชการและสถานที่ต่างๆ เว้นแต่จะกำหนดให้แต่งกายเป็นทางการ โดยพนักงานทุกท่านจะได้รับเสื้อฟรี 1 ตัว หากมีความประสงค์จะสั่งซื้อหรือสอบถามเกี่ยวกับมาตรฐานการแต่งกายให้ติดต่อไปที่อีเมล hr@fcfthailand.org หรือติดต่อสำนักงานมูลนิธิ
ในกรณีที่เกิดความขัดแย้งระหว่างพนักงานให้ดำเนินการหาข้อยุติ โดยปรึกษากับผู้นำตามลำดับต่อไปนี้:
ผู้อำนวยการโครงการ
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล hr@fcfthailand.org
กรรมการบริหาร timdunham@fcfthailand.org
คณะกรรมการ executiveboard@fcfthailand.org
ในกรณีที่ความขัดแย้งเกี่ยวข้องกับบุคคลในรายการด้านบนให้ปรึกษากับผู้นำในลำดับถัดไป
การเสพติดหรือการครอบครองแอลกอฮอล์, ยาสูบ, กัญชาหรือสิ่งเสพติดถือเป็นเรื่องต้องห้ามในสถานประกอบการของมูลนิธิทุกส่วน หรือแม้แต่ในขณะปฏิบัติงานในฐานะตัวแทนของมูลนิธิในทางใดทางหนึ่ง การละเมิดนโยบายนี้เป็นเหตุให้เลิกจ้างหรือยกเลิกวีซ่าและใบอนุญาตทำงานทันที
พนักงานและอาสาสมัครในฐานะตัวแทนของ FCF มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนชื่อเสียงและคุณค่าองค์กรของเรา เราเคารพสิทธิของทุกคนในการแสดงออกตัวตนบนโลกออนไลน์ภายใต้กฎหมายของไทย แต่เราขอให้ท่านพึงระวังในการแสดงความคิดเห็นหรือเนื้อหาที่อาจส่งผลในทางลบต่อมูลนิธิของเรา โปรดระลึกไว้ว่าตัวตนบนโลกออนไลน์ของท่านอาจส่งผลกระทบทางลบต่อภาพจำขององค์กรและเพื่อนร่วมงานของท่านได้