มูลนิธิสานสัมพันธ์ครอบครัว (Family Connection Foundation:FCF) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2549 เพื่อเติมเต็มหน้าที่ในพันธกิจของ Chiangmai Christian Fellowship Churchในฐานะคริสตจักรเราเชื่อว่าเรามีความรับผิดชอบที่จะต้องสร้างผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่นที่เราอยู่ เป้าหมายของมูลนิธิฯ คือการแสวงหาและมอบอำนาจให้แก่องค์กร และโครงการต่าง ๆ ที่มีใจเดียวกันในการแบ่งปันข่าวประเสริฐให้กับคนไทย สิ่งนี้เกิดขึ้นผ่านการบริการดูแลเต็มรูปแบบ และเครื่องมือการต่าง ๆ ที่ดูแลเหนือพันธกิจ ที่ช่วยให้พันธกิจทำงานได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ เราทำหน้าที่ให้บริการในด้านของการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การคุ้มครองเด็ก การบริหารการเงิน ทรัพยากรมนุษย์ วีซ่าและใบอนุญาตทำงาน รับผิดชอบโครงการสนับสนุนต่าง ๆ ด้านสื่อไอทีและบริการเว็บไซต์ และมีการร่วมมือกับโครงการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีประชากร68 ล้านคน และมากกว่าหนึ่งล้านคนนั้นถูกจัดอยู่ในกลุ่มเด็กกำพร้า หรือ เด็กที่ถูกทอดทิ้ง บ้านสานรักเป็นมูลนิธิเด็กที่พยายามสร้างผลกระทบที่เป็นได้ยากมากที่สุดในความเป็นจริง บ้านสานรักก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2549 เป็นสถานที่ปลอดภัยและเป็นที่พักพิงสำหรับเด็ก ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ ในขณะที่มีการจัดเตรียมสถาบันดูแลมากมายที่ได้รับการฝึกฝนในประเทศไทย แต่ก็เป็นที่แน่ชัดว่าทุกอย่างเริ่มมาจาก "ครอบครัว" ซึ่งเป็นสิ่งที่บ้านสานรักตั้งใจว่าจะเป็น บ้านสานรักแต่ละหลังนั้นมีขนาดเล็ก (เด็กสามารถอาศัยอยู่ได้ไม่เกิน 8 คน กับพี่เลี้ยงอีก 2 คนเท่านั้น) เราตั้งใจที่จะรักษาจำนวนของเด็กให้พอดีกับผู้ดูแล บ้านแต่ละหลังถูกออกแบบมาให้เป็นเหมือนบ้าน เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลมีคุณสมบัติที่ดี ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และมุ่งมั่นที่จะดูแลบ้านในระยะยาว เด็กแต่ละคนมาจากพื้นฐานชีวิตที่ต่างกัน และต้องการได้รับความสนใจแบบตัวต่อตัว การบำบัดรักษาในรูปแบบครอบครัวนี้จึงสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้
ผู้อำนวยการโครงการ (Th): คุณจุ๋ม- jume@fcfthailand.org
ผู้ประสานงานโครงการ (En): Tim Dunham- timdunham@fcfthailand.org
Bread for Life เกิดขึ้นในช่วงวิกฤต Covid-19 ในปี 2020 เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่ขาดแคลนอาหารและของใช้ในครัวเรือนที่จำเป็น ซึ่งได้พัฒนาให้เป็นโครงการที่จะช่วยเหลือครอบครัวไทยในภาวะวิกฤตและยากจนอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการจะแจกจ่ายอาหารและของใช้ในครัวเรือนที่จำเป็นโดยตรงผ่าน FCF และพันธมิตร เป้าหมายระยะยาวคือการสร้างความสัมพันธ์กับเป้าหมาย รวมถึงเพื่อให้พวกเขารู้จักพระเยซูซึ่งเป็นคนเดียวที่สามารถช่วยในความหิวโหยทางวิญญาณของพวกเขาได้
ติดต่อโครงการ: Ashley Lee - ashleylee@fcfthailand.org
Connie’s Home ก่อตั้งขึ้นเพื่อดูแลเด็กทารกที่ป่วยเพื่อรอการรับเลี้ยงอุปการะ บ่อยครั้งที่มีการเพิ่มรายชื่อเข้าไปในการรับเป็นบุตรบุญธรรม แต่เด็กเหล่านี้ก็ไม่ได้รับการดำเนินการในการอุปถัมภ์ เพราะเนื่องจากสุขภาพร่ายกายของพวกเขาเอง และส่งผลให้ชื่อถูกลบออกไป ซึ่งบางครั้งก็นำมาถึงแก่การเสียชีวิต นี่เป็นพันธกิจของ Connie’s Home เพื่อสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพของเด็กแต่ละคน ทำการเลี้ยงดูพวกเขาให้กลับมามีสุขภาพที่ดีจนกว่าพวกเขาจะได้รับการรับเลี้ยงอุปถัมภ์ก่อนอายุ3 ขวบ เด็กแต่ละคนจะได้รับการบำบัดและดูแลทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ ที่จะช่วยให้พวกเขายอมรับการเปลี่ยนแปลงในการรับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ทราบว่าโปรแกรมของ Connie’s Home นั้นมีความสำคัญไม่เพียงแค่ในเด็กเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเจ้าหน้าที่ด้วย เจ้าหน้าที่แต่ละคนถูกท้าทายให้ปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานที่เข้มงวดในการดูแลเด็ก ด้วยสิ่งนี้ Connie’s Home จึงสามารถได้เริ่มต้นทำงานร่วมกับโครงการออแพร์ ที่ฝึกอบรมพี่เลี้ยงเด็กสำหรับบ้านทางตะวันตก เหนือสิ่งอื่นใดคือการสำแดงความรักของพระคริสต์ผ่านความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิต และสภาพแวดล้อมของครอบครัวที่ส่งเสริมการพัฒนา และการเติบโตในแต่ละบุคคล
ผู้อำนวยการโครงการ: Connie Cummins - connie_cummins@hotmail.com
ความมุ่งมั่นของ digiServe คือการเห็นองค์กรไทยในท้องถิ่นมีการปรับปรุงความสามารถให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล โดยใช้ประโยชน์จากไอทีเพื่อเพิ่มความสามารถในการบรรลุภารกิจ พวกเขาให้การฝึกอบรมไอทีขั้นพื้นฐาน ฝึกอบรมเกี่ยวกับ Google Apps ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย ฝึกอบรมการจัดการกระบวนการ และการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยการให้บริการซอฟต์แวร์ และบริการดิจิทัลแก่หน่วยงานทางสังคม พวกเขาจะช่วยสร้างความสามารถในการให้การดูแลที่มีคุณภาพสูงขึ้น พวกเขามีความประสงค์มุ่งเน้นไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและเด็กที่มีความเสี่ยง ช่วยพัฒนาและปรับปรุงระบบสำหรับเด็กที่มีความเสี่ยงให้แก่มูลนิธิสานสัมพันธ์ครอบครัว และกลุ่มอื่น ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้พวกเขาได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับมูลนิธิประเภทอื่น ๆ เพื่อบริการจัดเตรียมซอฟต์แวร์ และบริการด้านไอทีที่จะให้ประโยชน์กับองค์กรมากที่สุด
ผู้อำนวยการโครงการ: Ric Poolman - ric@digiserve.org
เป้าหมายหลักของโปรแกรมทุนการศึกษาคือเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาอย่างน้อยจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เราเชื่อว่าความช่วยเหลือนี้จะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและเรียบง่ายที่สุดในการต่อต้านการละเมิดในหลายรูปแบบและการต่อต้านการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กในประเทศไทย ปัญหาขั้นพื้นฐานที่พบบ่อย คือ หลายๆ ครอบครัวมักจะส่งลูกไปทำงานแทนที่จะส่งพวกเขาไปโรงเรียน การทำงานนั้นจะสร้างรายได้ แต่การส่งลูกไปโรงเรียนจะสร้างค่าใช้จ่ายซึ่งหลายคนไม่สามารถจ่ายไหว โปรแกรมทุนการศึกษากำลังทำให้หลายครอบครัวมีแรงผลักดันและวิธีการที่จะส่งลูกๆ ของพวกเขาไปโรงเรียน โดยการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในด้านการศึกษา เช่น ค่าหนังสือ ค่าเล่าเรียน ค่าอาหารกลางวัน และค่าเดินทางไปโรงเรียน นอกจากนั้น โปรแกรมนี้ทำให้เด็กๆ และครอบครัวมีความหวังในอนาคตที่ดีกว่าเดิม คือความหวังที่เขาสามารถเรียนรู้อาชีพหรือทักษะ หรือเข้าเรียนในวิทยาลัย หรือได้ทำงานที่สามารถช่วยเหลือพวกเขาและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน ความหวังนี้จะทำให้พวกเขามีกำลังใจที่จะทำตามความฝันของเขาด้วย เมื่อเด็กๆ และครอบครัวมีความหวัง โอกาสที่พวกเขาจะต้องตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ก็จะลดน้อยลง เมื่อพวกเขารู้สึกว่าชีวิตของเขามีความหมายและมีทิศทางแล้ว พวกเขาจะตั้งใจและบากบั่นมากยิ่งขึ้นเพื่อจะได้เห็นอนาคตที่สดใสและประสบความสำเร็จในชีวิต
ผู้อำนวยการโครงการ: Tim Dunham - timdunham@fcfthailand.org
นี่เป็นจุดประสงค์ของเราที่จะช่วยเหลือสตรีและเด็กที่ขาดการสนับสนุนทางด้านสังคม การเงิน หรืออารมณ์ เราจะทำงานร่วมกับพวกเขาเพื่อช่วยให้พวกเขาได้รับสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้พวกเขาสามารถดูแลตัวเอง และลูก ๆ ของพวกเขาได้ โดยการฝึกสอนทักษะการทำงาน การจัดการทางการเงิน ทักษะการเป็นพ่อแม่ และทักษะชีวิตทั่วไป สำหรับคนที่มีความจำเป็นต่าง ๆ ที่ดีอยู่แล้ว สิ่งนี้จะช่วยสำหรับความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของเด็ก ในขณะที่พวกเขาไปทำงาน มีประเด็กหลัก ๆ สองประการของโครงการนี้ ประการแรก คือเป็นโครงการสำหรับสตรีและเด็กที่ต้องการเรียนรู้ที่จะอยู่ในชุมชน รับการอบรมในเลี้ยงดูบุตร การจัดการด้านการเงิน การฝึกอบรมทักษะการทำงาน และการอบรมให้คำแนะนำแก่ผู้เป็นแม่ ส่วนประการที่สอง คือการดูแลเด็กเล็กของผู้ที่มีงานทำอยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์รับเลี้ยงเด็กหลายแห่งรองรับกลุ่มคนชั้นกลางในสังคมไทย ศูนย์รับเลี้ยงเด็กนั้นจะต้องมีเด็กไม่มากเกินไปในอัตราส่วนต่อผู้ดูแลที่น้อย
ผู้อำนวยการโครงการ: Apple - admin@homeoftheswallow.com
โครงการฮัก ในประเทศไทย จัดตั้งขึ้นเพื่อป้องกัน ให้ความช่วยเหลือคุ้มครอง และเยียวยาฟื้นฟูแก่เด็กที่เป็นผู้เสียหายจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศและการค้ามนุษย์ ปัจจุบันโครงการฮักทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับคณะปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TICAC) และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคุ้มครองเด็กแห่งประเทศไทย (CAC) เจ้าหน้าที่โครงการฮักร่วมใจกันทำงานเพื่อนำความยุติธรรมและการเยียวยามาสู่เด็กผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ
การทำงานในส่วนการป้องกันได้แก่ การให้ความรู้กับเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับสัมผัสที่ปลอดภัย สัมผัสที่ไม่ปลอดภัย สัมผัสที่สร้างความสับสน และพฤติกรรมหลอกล้อในโลกออนไลน์ ส่วนการทำงานด้านการคุ้มครองนั้น จะทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อได้มาซึ่งผลลัพธ์สูงสุดในการเก็บรวบรวมข้อมูลการล่วงละเมิดทางเพศและการแสวงผลประโยชน์ในเด็ก และการทำงานในส่วนของเยียวยาฟื้นฟู ถือเป็นการทำงานที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนจากเริ่มต้นจากการให้ความช่วยเหลือไปจนถึงการฟื้นฟูสภาพจิตใจ อีกทั้งติดต่อประสานงานให้กับครอบครัวของผู้รับผลกระทบ ให้ได้รับสิ่งจำเป็นต่อความต้องการของครอบครัว (เช่น การรักษาพยาบาล การให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายไป การให้คำปรึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพ)
คุณ วีรวรรณ มอสบี้ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการโครงการฮัก ได้รับการยอมรับจากกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาในฐานะผู้นำด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ประจำปี 2560 และรางวัล Vital Voices Global Leadership Award ประจำปี 2561 จากการผลักดันสิทธิมนุษยชนในการทำงานช่วยเหลือคุ้มครองเด็กผู้เสียหาย
ผู้อำนวยการโครงการ: คุณวีรวรรณ มอสบี้ - connect@HUGproject.org
พันธกิจ Lahu Living Word มุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนที่พูดภาษาลาหู่ในประเทศไทย พม่า จีน และลาว พันธกิจถูกสร้างขึ้นโดย Lahu Christian Correspondence Course (LCCC)ซึ่งเป็นหลักสูตรสิบบทเรียนสำหรับนักศึกษาราว ๆ กว่า 1,700 คนในตอนนี้ Lahu Christian Correspondence Course ทำพันธกิจอยู่สองพันธกิจ ได้แก่ โปรแกรมการฝึกอบรมผ่านโทรศัพท์มือถือ (The Mobile Training Program) ซึ่งได้รับการออกแบบสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนในหลักสูตรการสื่อสารเพื่อการศึกษาเชิงลึก เพื่อตอบคำถามที่เฉพาะเจาะจง และเพื่อศึกษาความเชื่อคริสเตียนพื้นฐาน ประการที่สองการ คือการฝึกอบรมความเป็นผู้นำทางพระคัมภีร์ (Biblical Leadership Training) เป็นการฝึกอบรมที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาผู้นำในอนาคตของคริสตจักรลาหู่ โปรแกรมเหล่านี้ได้รับการพัฒนาโดยคำนึงถึงความเป็นหุ้นส่วน ทุก ๆ ปีจะมีการสอนผู้ฝึกสอน นักภาษาศาสตร์ และมีการร่วมทุนเพื่อให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ
ผู้อำนวยการโครงการ: Khun Joshua- lahuoutreach@fcfthailand.org
พันธกิจของ LIFT International คือการดำเนินคดีและป้องกันการค้ามนุษย์ โดยการเสริมสร้างระบบยุติธรรม พวกเขาทำงานร่วมกับองค์กรภาครัฐ องค์กรระดับรากหญ้า การบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและระงับการกระทำความผิด LIFTจึงเชื่อมั่นในการป้องกันผ่านการฟ้องร้อง เราทำงานเพื่อต่อต้านการก่ออาชญากรรม สร้างความมั่นคงในกระบวนการยุติธรรมและกีดกันผู้ค้ามนุษย์ออกจากธุรกิจ เพราะเรารู้ว่าความยุติธรรมเป็นเครื่องยับยั้งที่ทรงพลัง เราช่วยเหลือสนับสนุนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อและผู้รอดชีวิตจากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ เพื่อปกป้องสิทธิของพวกเขา และให้พวกเขาได้เข้าถึงความยุติธรรม
ติดต่อโครงการ: Erik van Os - e.vanos@liftinternational.org
พันธกิจของบ้านแสงสว่าง คือ การมอบความหวังและมอบการสนับสนุนแก่สตรีมีครรภ์ที่มีความเสี่ยง เพื่อให้การดูแลเด็กที่รอการอุปการะเลี้ยงดู และปกป้องฟื้นฟูผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดทางเพศ
วิสัยทัศน์ คือ การสนับสนุนครอบครัวให้เข้มแข็ง และมีสุขภาพครอบครัวที่ดีในสังคมไทย
ส่งเสริมผู้เป็นแม่ที่จะสามารถเลี้ยงดูบุตรได้
อุปถัมภ์เด็กให้อยู่อาศัยในครอบครัวที่ปลอดภัย และเต็มไปด้วยความรัก
มอบความยุติธรรมและอนาคตความหวังใหม่แก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศ
มีวัยรุ่นประมาณ 34,000 คน ที่ให้กำเนิดบุตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในช่วงปีที่ผ่านมา การตั้งครรภ์ที่ไม่ได้ตั้งใจนี้มักนำไปสู่การทำแท้ง การฆ่าตัวตาย และเด็กหญิงที่ตั้งครรภ์ถูกทอดทิ้งจากคนที่พวกเขาคิดว่าเป็นห่วงเป็นใยเขามากที่สุด รัฐบาลได้ประมาณการว่าอาจมีการทำแท้งที่ผิดกฎหมายมากถึง 400,000 ครั้งต่อปี และศูนย์การตั้งครรภ์สำหรับภาวะวิกฤตก็เกือบจะไม่มีแล้ว ความหวังของเราอยู่ในพระเยซูคริสต์ และเราต้องการมอบความหวังนั้นให้กับหญิงสาวทุกคนที่กำลังรู้สึกสิ้นหวัง ควรมีความยุติธรรมและการเยียวยามาสู่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศ ยังมีวิธีที่พวกเขาสามารถมีชีวิตและเก็บเด็กไว้ และมีหนทางเป็นไปได้ที่พวกเขาจะได้สำเร็จการศึกษา พวกเขาสามารถมีอนาคต และสามารถทำตามความฝันได้ บางครั้งสิ่งที่พวกเขาต้องการก็แค่เพียงใครบางคนที่จะมานำทางพวกเขาไปในทางที่ถูกต้อง บางครั้งสิ่งที่พวกเขาต้องการก็แค่ต้องการความหวังที่มีอยู่อันน้อยนิดเท่านั้น
“แล้วท่านจะรู้จักความจริงและความจริงจะทำให้ท่านเป็นไท” พระคำของพระเยซูคริสต์สำแดงเป็นจริงจนทุกวันนี้ดั่งที่พระองค์ได้ทรงตรัสไว้ เป้าหมายของเราคือการเป็นทูตที่ซื่อสัตย์ของพระเจ้าผู้เที่ยงแท้พระองค์เดียว และนำข่าวประเสริฐไปสู่คนที่กำลังพินาศ พระวจนะของพระเจ้าเป็นข้อความที่สามารถช่วยจิตวิญญาณของผู้คนให้รอดได้ และสามารถเปลี่ยนชีวิตของพวกเขา เรามุ่งมั่นที่จะประกาศข่าวประเสริฐโดยการสำแดงของวิญญาณบริสุทธิ์ เราเชื่อว่าพระวจนะเป็นข้อความที่เราประกาศด้วยความเชื่อ เราตั้งใจที่จะดำเนินชีวิตที่ซื่อสัตย์ตามหลักคำสอน และเราปรารถนาที่จะรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง
จุดประสงค์หลักคือเรากำลังนำวัตถุประสงค์ของมูลนิธิสานสัมพันธ์ครอบครัวมาใช้กับครอบครัว ซึ่งเราต้องการที่จะเทชีวิตของเราให้กับผู้คน และเราทำสิ่งนี้ในวิธีที่หลากหลาย ในท้ายที่สุดแล้ว คนสำคัญกว่าโครงสร้างต่าง ๆ ที่เราสร้างขึ้นมา เราต้องการที่จะใช้เวลาแบ่งปันความรักของพระเยซูกับผู้คนแบบตัวต่อตัว ผ่านการสอนในคริสตจักร ผ่านพันธกิจเด็ก ผ่านพันธกิจในเรือนจำ ผ่านการสอนภาษาอังกฤษ ผ่านการสอนหลังเลิกเรียน ผ่านชั้นเรียนการเขียน ชั้นเรียนการแปล และการเผยแพร่วรรณกรรมที่มีพระคริสต์เป็นศูนย์กลาง และอื่น ๆ
ติดต่อโครงการ: Tracy Tyson - thetysonfamily@gmail.com
โครงการ Seed Of Hope เป็นโครงการเพื่อลดความยากจน และเพิ่มโอกาสทางจิตวิญญาณและเศรษฐกิจ ผ่านการเป็นสาวกและการศึกษา โครงการนี้มอบโอกาสให้แก่เด็กที่มีความยากจนในหมู่บ้านห่างไกล ได้เข้าถึงระบบการศึกษาของโรงเรียนในรัฐบาลไทย และจัดที่อยู่อาศัยให้ในหอพักที่สะอาดและปลอดภัย มีการสอนนักเรียนและเจ้าหน้าที่ด้วยหลักการของพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งเป็นแนวทางพื้นฐานสำหรับโครงการนี้ การเปิดโอกาสให้นักเรียนและเจ้าหน้าที่ได้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรและนักธุรกิจในชุมชนเชียงใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคต โอกาสทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อตัวนักเรียนเอง รวมทั้งครอบครัวและชุมชนที่พวกเขารับใช้อยู่
ผู้อำนวยการโครงการ: Ryan Stowell - rythai40@gmail.com
“จับมือกันราทำได้” คือโปรแกรมที่ให้คำแนะนำและช่วยเหลือในการจัดหาอุปกรณ์หรือสิ่งต่างๆที่จำเป็นให้แก่องค์กรและสถาบันต่างๆในประเทศไทย เพื่อการทำพันธกิจหรือกิจกรรมใดๆที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่มีความพิการ เรามีเป้าหมายในการทำงานร่วมมือกับองค์กรและสถาบันต่างๆในการพัฒนาอย่างยั่งยืน และมีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่จะส่งเสริมผู้ที่มีความพิการและครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ผู้ที่มีความพิการต้องพบกับความยากลำบากในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมากมายจากปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม และผลกระทบทางจิตใจ ซึ่งยืนยันได้จากข้อมูลและหลักฐานในเชิงประจักษ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกลและมีโอกาสน้อยในการเข้าถึงโครงการช่วยเหลือต่างๆ และระบบด้านสาธารณสุข นอกจากนี้บ่อยครั้งยังพบว่าสถานการณ์ของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความพิการนั้นถูกทำให้ลำบากมากขึ้นจากการแบ่งแยกและการตีตราในสังคม “จับมือกันเราทำได้” จะมีส่วนช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้องค์กรและสถาบันต่างๆในเครือข่ายมีความสามารถที่จะจัดหาความช่วยเหลือด้านกายภาพ จิตใจ และจิตวิญญาณ ให้แก่ผู้ที่มีความพิการและครอบครัว โดยมีเป้าหมายที่จะนำความหวัง ความสุข และความสำเร็จไปสู่คนชายขอบกลุ่มนี้ที่มักถูกละเลยในสังคม
ผู้อำนวยการโครงการ: Santiphap Viriyothai (Tan) - tansantiphap@hotmail.com
ศูนย์เด็กทอแสงให้ความรู้แก่เด็กที่มีความเสี่ยงถูกทารุณกรรม มอบความรัก การศึกษา และการพัฒนาทางสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และให้พวกเขาเข้าใจถึงคุณค่าในตนเอง รวมถึงการปกป้องสิทธิเด็กตามหลักการและความเชื่อของคริสเตียน
ในช่วงบ่ายและช่วงเย็นของวันธรรมดา เจ้าหน้าที่ระดับประเทศและอาสาสมัครต่างชาติจะมารับใช้เด็ก ๆ ประมาณ 30 คน ในเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ออันตราย รวมไปถึงการแสวงประโยชน์ทางเพศ การใช้แรงงานเด็ก ความยากจน และปัญหาในการถูกแบ่งแยก เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องการความช่วยเหลือในการใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียน และต้องการการประสบความสำเร็จในชีวิต เด็ก ๆ เหล่านี้และอีกหลายคนต้องการความช่วยเหลือในการได้รับสัญชาติในประเทศที่พวกเขาเกิดมา หากปราศจากความช่วยเหลือนี้ การแสวงประโยชน์และการเลือกปฏิบัติยังคงเป็นภัยคุกคามที่เหลืออยู่
ศูนย์เด็กทอแสงได้จัดหาความต้องการในวงกว้างสำหรับเด็ก – ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตวิญญาณ การศึกษา และความสัมพันธ์ - ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เด็ก ๆ ได้รับอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ (รวมถึงการเรียนภาษาอังกฤษ) เรียนรู้ทักษะการอยู่รอดในสังคม และได้รับโอกาสในการเล่นสนุกในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ศูนย์เด็กทอแสงรับใช้เด็กเหล่านี้ตามสถานการณ์ในชีวิตของพวกเขา พร้อมกับครอบครัวของพวกเขาที่อาศัยอยู่ชุมชนในบริเวณใกล้เคียง สิ่งนี้ทำให้เราได้มีโอกาสช่วยเหลือเปลี่ยนแปลงชุมชนเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าของเรา
ผู้อำนวยการโครงการ: Aaron Beckner - ambeckner@gmail.com
หัวใจของ Together We Serve คือการส่องสว่างพระคริสต์ผ่านการกระทำความดีออกไป เพื่อผู้คนจะได้รู้จักพระองค์ ในทุกสิ่งที่พวกเขาทำพวกเขาแสวงหาที่จะรักพระเจ้า และรับใช้ผู้อื่น และให้ผู้อื่นได้รับรู้สิ่งนี้ผ่านการรับใช้ของพวกเขา พวกเขาต้องการเห็นผู้ที่มีความเสี่ยงในชุมชนชนบทได้รับสิ่งจำเป็นพื้นฐาน และพวกเขาได้จัดเตรียมการให้บริการทันตกรรมฟรี การบริการการตัดผม และการถ่ายภาพบุคคลเพื่อช่วยให้ผู้คนได้เห็นคุณค่าในตัวเอง
พวกเขาฝึกอบรมและสร้างคนหนุ่มสาว อาทิ นักเรียนชั้นมัธยม นักศึกษาจากวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญหลายอาชีพ เพื่อพัฒนาหัวใจของพวกเขาในการรับใช้พระเจ้า และรับใช้สังคม พวกเขาเชื่อว่าเยาวชนจะเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพในอนาคต หากพวกเขามีความสามารถในวันนี้และได้รับการสอนทางศีลธรรมพื้นฐาน รวมทั้งโอกาสในการออกไปรับใช้
ผู้อำนวยการโครงการ: Pannawadee Moontrakorn (Zip) - zip@fcfthailand.org