โครงการของ FCF ดำเนินงานภายใต้สำนักงานสาขาแห่งใดแห่งหนึ่งจากทั้งหมด 3 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ อุบลราชธานี และอุดรธานี
แต่ละโครงการมีผู้อำนวยการโครงการเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารและดำเนินงาน โดยมีคณะกรรมการโครงการ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและกำกับดูแลตามขอบเขตอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริหารของ FCF
ทีมบริหารของ FCF ทำหน้าที่ให้การสนับสนุนในส่วนกลาง เพื่อให้ทุกโครงการดำเนินงานตามมาตรฐานเดียวกัน ทั้งในด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ความรับผิดชอบและความโปร่งใสทางการเงิน และมาตรฐานการดำเนินงาน
ผู้อำนวยการโครงการมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้:
คัดเลือก บริหาร และดูแลทีมงานของโครงการ
วางแผนเชิงกลยุทธ์และดำเนินงานตามแผน
ดำเนินการระดมทุนและสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริจาค
จัดทำและส่งรายงานตามข้อกำหนดของ FCF
กำกับดูแลให้โครงการปฏิบัติตามนโยบายของ FCF และกฎหมายไทย
ทั้งนี้ งบประมาณ รายงาน และการตัดสินใจสำคัญเกี่ยวกับการบริหารโครงการ จะต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติตามกระบวนการของ FCF
แต่ละโครงการต้องจัดทำและส่งเอกสารต่อไปนี้ตามระยะเวลาที่กำหนด:
รายงานการประชุมคณะกรรมการโครงการประจำไตรมาส
รายงานค่าใช้จ่ายประจำเดือน
งบประมาณประจำปีโดยส่งภายในสิ้นปี
รายงานประจำปี โดยใช้แบบฟอร์มมาตรฐานที่ FCF กำหนด
ผู้ที่ประสงค์จะจัดตั้งโครงการและดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการ จะต้องเข้าพบผู้บริหารของ FCF เพื่อร่วมกันพิจารณาว่าโครงการมีความสอดคล้องกับพันธกิจ โครงสร้าง และแนวทางการกำกับดูแลของ FCF หรือไม่
หลังจากยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการแล้ว ข้อเสนอโครงการจะถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารของ FCF เพื่อพิจารณาในเบื้องต้น โดยผู้สมัครจะไม่เข้าร่วมในการประชุมพิจารณาเบื้องต้นดังกล่าว
หากคณะกรรมการบริหารให้ความเห็นชอบในเบื้องต้น จะต้องจัดเตรียมเอกสารรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติม ซึ่งประกอบด้วย:
รายละเอียดโครงการฉบับสมบูรณ์
รายละเอียดหน้าที่และความรับผิดชอบของตำแหน่งงานต่าง ๆ
งบประมาณประจำปี
แผนการระดมทุน
แผนการสร้างแบรนด์และการสื่อสาร
จากนั้น ผู้สมัครจะเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งถัดไป เพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์และพิจารณาอนุมัติขั้นสุดท้าย
เมื่อโครงการได้รับการอนุมัติแล้ว ทีมบริหารของ FCF จะประสานงานและให้การสนับสนุนในกระบวนการเริ่มต้นดำเนินงานของโครงการ
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ projects@fcfthailand.org
หากผู้อำนวยการโครงการ:
ลางานอย่างเป็นทางการ หรือ
ปฏิบัติงานจากระยะไกลเป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือน
จะต้องมีการแต่งตั้งผู้อำนวยการรักษาการและได้รับการอนุมัติจาก FCF
ในกรณีที่ผู้อำนวยการโครงการลาออกและโครงการยังคงดำเนินงานต่อ จะต้องมีการสัมภาษณ์ผู้ที่จะเข้ารับตำแหน่งแทนโดยฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) และผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารของ FCF
โครงการทุกโครงการต้องดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด
FCF จะไม่รับผิดชอบต่อโครงการที่ดำเนินงานโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเหมาะสมและสมควร
หากโครงการพบประเด็นที่มีความไม่แน่นอนด้านกฎหมายหรือข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐ จะต้องปรึกษาผู้บริหารของ FCF ก่อนดำเนินการต่อ ทั้งนี้ FCF อาจขอคำปรึกษาจากที่ปรึกษาด้านกฎหมายตามความจำเป็น
ห้ามมิให้มีการให้สินบนหรือการอำนวยความสะดวกในลักษณะใด ๆ ที่เป็นการกระทำผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด
แต่ละโครงการต้องจัดทำและดูแลเอกสารรายละเอียดโครงการให้เป็นปัจจุบัน โดยอย่างน้อยต้องระบุข้อมูลดังต่อไปนี้:
พันธกิจของโครงการ
ผลลัพธ์ที่โครงการมุ่งหวังให้เกิดขึ้น
กิจกรรมหลักของโครงการ
โครงการต้องทบทวนเอกสารรายละเอียดโครงการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
หากมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกี่ยวกับพันธกิจ วิสัยทัศน์ หรือผลลัพธ์ที่มุ่งหวังของโครงการ จะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารของ FCF ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
การประชุมที่กำหนดให้เข้าร่วม
การประชุมประจำปี – พนักงานทุกคนต้องเข้าร่วม เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ไม่เข้าร่วมจากฝ่ายทรัพยากรบุคคล
การประชุมหรือกิจกรรมสำหรับพนักงานทุกคนเป็นครั้งคราว – ไม่บังคับเข้าร่วม แต่สนับสนุนให้พนักงานเข้าร่วม
การประชุมผู้อำนวยการโครงการ – จัดขึ้นตามความจำเป็น และผู้อำนวยการโครงการทุกคนต้องเข้าร่วม
การประเมินผลการปฏิบัติงาน
พนักงานและอาสาสมัครทุกคนควรได้รับการประเมินอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และต้องส่งผลการประเมินไปยังฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ FCF
ข้อมูลจากการประเมินจะถูกเก็บไว้เป็นหลักฐานและนำมาใช้เพื่อพิจารณาแนวทางในการสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
โครงการสามารถใช้แบบฟอร์มหรือเครื่องมือในการประเมินของตนเองได้ อย่างไรก็ตาม หากต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับกระบวนการประเมิน กรุณาติดต่อ hr@fcfthailand.org
FCF จัดให้พนักงานมีบัญชี Google Workspace สำหรับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งประกอบด้วย:
อีเมลภายใต้โดเมน @fcfthailand.org
สิทธิ์การใช้งาน Google Meet
Shared Drives และแอปพลิเคชันสำหรับการทำงานร่วมกัน
หากต้องการจัดทำบัญชี Google Workspace กรุณาติดต่อ infoservices@fcfthailand.org.
โครงการสามารถดำเนินความร่วมมือกับหน่วยงานหรือองค์กรอื่นได้ หากความร่วมมือนั้นสอดคล้องกับพันธกิจ ค่านิยม และนโยบายของ FCF
FCF ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่อนุญาตให้โครงการดำเนินความร่วมมือใด ๆ ที่ขัดต่อหลักการหรือนโยบายของ FCF
ความร่วมมืออย่างเป็นทางการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรร่วมกัน การใช้ชื่อหรือเครื่องหมายขององค์กร หรือความร่วมมือในระยะยาว ควรจัดทำเป็นบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) เพื่อกำหนดขอบเขตและรายละเอียดของความร่วมมือให้ชัดเจน
MOU ทุกฉบับต้องส่งให้ FCF ตรวจสอบและพิจารณาก่อนลงนาม
โครงการที่มีการจ้างพนักงานชาวไทยต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานไทยที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงนโยบายด้านการจ้างงานของ FCF
(ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการจ้างงานเพิ่มเติมในคู่มือพนักงาน)
การรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ การปฐมนิเทศและการฝึกอบรม รวมถึงการดูแลและกำกับติดตามอาสาสมัครอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นไปตามขั้นตอนการรับอาสาสมัครและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ FCF
(ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือ Volunteer Onboarding & Procedure Manual และคู่มือพนักงานของ FCF)